คู่มืออดบุหรี่สำหรับประชาชน

ผศ.นพ.สเปญ อุ่นอนงค์

http://www.infomental.com/

  การติดบุหรี่เป็นการติด 2 ทางร่วมกันคือ
1. การติดทาง ร่างกาย
2. การติดทาง จิตใจ

การติดทางร่างกาย คือการที่ร่างกายติดสารนิโคติน เกิดจากการสูบบุหรี่อยู่เป็นประจำจนร่างกายติดสารนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดที่อยู่ในบุหรี่  เมื่อหยุดสูบบุหรี่สารนิโคตินในร่างกายจะลดลงทำให้เกิดอาการขาดนิโคตินได้แก่ อาการหงุดหงิด กระวนกระวาย คิดอะไรไม่ออก ต้องหาบุหรี่มาสูบเพื่อเติมนิโคตินให้เพียงพอดังเดิม  เมื่อหยุดสูบบุหรี่ภาวะเสพติดทางร่างกายจะค่อยๆหายไปในเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์  ดังนั้นถ้าเราสามารถทนหยุดสูบบุหรี่ได้เพียง 3-4 สัปดาห์ ร่างกายของเราก็จะพ้นจากภาวะติดบุหรี่

การติดทางจิตใจ คือการสูบบุหรี่จนติดเป็นนิสัย เกิดจากการเรียนรู้ว่าการสูบบุหรี่ทำให้หายเครียด เพลิดเพลิน หายเบื่อ สมองแล่น ทำให้เกิดการติดอกติดใจอยากสูบเรื่อยๆจนติดเป็นนิสัยหรือเป็นความเคยชินอย่างหนึ่ง  เมื่อไรที่รู้สึกเครียดหรือเบื่อๆก็จะคิดถึงบุหรี่

ภาวะเสพติดทางจิตใจเป็นสาเหตุสำคัญ ของการกลับมาสูบใหม่หลังจากเลิกได้แล้ว  ดังนั้นผู้ที่พยายามเลิกสูบบุหรี่และผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้แล้วยังต้องปฏิบัติตนเพื่อการเลิกสูบบุหรี่ต่อไปเรื่อยๆจนเกิดเป็น ” นิสัย ” หรือเป็นความเคยชินอันใหม่ที่ไม่มีการสูบบุหรี่

การต่อสู้กับการติดทางใจมีหลายวิธี

1. หลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ หรือกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดความอยากสูบบุหรี่ เช่น
•  ไม่พกบุหรี่ติดตัว
•  ทิ้งอุปกรณ์สูบบุหรี่ทั้งหมด
•  ไม่เข้าใกล้คนที่กำลังสูบบุหรี่
•  เลือกที่นั่งในบริเวณที่ห้ามสูบบุหรี่
•  ถ้าดื่มกาแฟหรือเหล้าแล้วอยากสูบบุหรี่ก็ให้หยุดดื่มหรือเปลี่ยนไปดื่มอย่างอื่นแทน
•  ถ้าต้องสูบบุหรี่หลังอาหารก็ให้ไป แปรงฟัน ทันทีที่รับประทานอาหารอิ่ม

2. เบี่ยงเบนความสนใจ เมื่อเกิดความอยากสูบบุหรี่ขึ้นมา เช่น อาบน้ำ หาอะไรทำ เล่นกีฬา

3. เสริมสร้างกำลังใจ ในการเลิกสูบบุหรี่ เช่น
•  คิดทบทวนผลเสียของการสูบบุหรี่และผลดีของการหยุดสูบบุหรี่
•  บอกคนรอบข้างว่าท่านกำลังพยายามหยุดสูบบุหรี่เพื่อ
     •  พวกเขาจะได้ช่วยเชียร์และไม่มายั่วหรือส่งบุหรี่ให้
     •  เวลาท่านหงุดหงิดเขาจะได้เข้าใจ
     •  ทำให้ท่านต้องพยายามอย่างจริงจังมาก ขึ้น
•  เก็บเงินค่าบุหรี่ใส่กระปุกออมสินไว้
•  ให้รางวัลตัวเองถ้าเลิกสูบบุหรี่ได้
•  ฯลฯ

4. หาวิธีอื่นๆในการจัดการกับความเครียด
วิธีจัดการกับความเครียดนั้นมีมากมายหลายวิธี บางคนใช้วิธีดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬา บางคนใช้วิธีปิดห้องแล้วตะโกนดังๆ ฯลฯ แต่คนที่สูบบุหรี่มีวิธีที่ง่ายและรวดเร็วกว่านั้นคือ สูบบุหรี่  ไม่ว่าเครียดจากอะไรก็ตามสูบบุหรี่แล้วจะสบายไปสักพักหนึ่งอย่างทันอกทันใจทำให้ไม่สามารถทนใช้วิธีอื่นๆซึ่งอาจจะได้ผลเช่นกันแต่ช้ากว่า  ดังนั้นผู้ที่ใช้บุหรี่เพื่อลดความเครียดและต้องการเลิกสูบบุหรี่คงต้องศึกษาหรือสังเกตุดูพรรคพวกเพื่อนฝูงที่ไม่สูบบุหรี่ดูว่าเขาจัดการกับความเครียดอย่างไรถึงยัง “ มีชีวิตรอดอยู่ได้ ” ทั้งๆที่เขาก็เครียดเหมือนกัน  ทดลองใช้วิธีจัดการกับความเครียดแบบต่างๆดูแล้วจดจำวิธีที่ท่านชอบเอาไว้ใช้

5. กำหนดวันที่จะหยุดสูบอย่างเด็ดขาด
ให้กำหนดวันที่จะหยุดสูบบุหรี่ไว้ล่วงหน้าเพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวและ “ ทำใจ ”  อาจจะกำหนดโดยใช้วันที่มีความหมายพิเศษบางอย่าง เช่น วันเกิด วันครบรอบแต่งงาน วันเกิดลูก หรืออาจกำหนดเป็นระยะเวลา เช่น อีก 3 วัน 7 วัน หรือ 10 วัน หรืออีก 2 สัปดาห์ก็ได้  หลังจากนั้นให้ใช้เวลาช่วงนี้ค่อยๆพยายามลดการสูบบุหรี่ลง โดยจำกัดจำนวนบุหรี่ที่จะสูบในแต่ละวันลงเรื่อยๆ สูบเพียงครึ่งมวนแล้วทิ้ง กำหนดวันที่จะไม่สูบบุหรี่เลยทั้งวันจากสัปดาห์ละ 1 วัน แล้วค่อยๆเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 2 วัน 3 วัน หรือค่อยๆเพิ่มเป็น 2 วันติดกัน 3 วันติดกัน ฯลฯ ในระหว่างนี้ให้พยายามปฏิบัติตามวิธีที่กล่าวมาแล้วไปด้วยคือ หลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ เบี่ยงเบนความสนใจ เสริมสร้างกำลังใจ และ เปลี่ยนวิธีจัดการกับความเครียด เมื่อถึงวันที่ท่านกำหนดว่าจะหยุดสูบบุหรี่ให้ทิ้งบุหรี่ที่เหลือและอุปกรณ์การสูบบุหรี่ให้หมดแล้วหยุดสูบบุหรี่ ทันที แล้วปฏิบัติตามวิธีข้างต้นต่อไปจนสามารถหยุดสูบบุหรี่ได้เด็ดขาดและเกิดเป็น “ นิสัย ” หรือความคุ้นเคยอันใหม่ที่ไม่ต้องสูบบุหรี่

การใช้ยาช่วยอดบุหรี่

การใช้ยาช่วยก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้การอดบุหรี่ง่ายขึ้น  การใช้ยาสามารถช่วยลดความทรมานจากการติดทางร่างกายได้  ทำให้เราสามารถทุ่มเทกำลังใจในการต่อสู้กับการติดทางจิตใจได้เต็มที่ ยาที่มีการศึกษาว่าช่วยให้การเลิกสูบบุหรี่ประสบความสำเร็จมากขึ้นได้แก่

•  การให้นิโคตินทดแทน ในรูปของหมากฝรั่งนิโคตินและแผ่นปะนิโคติน  หลักการของทั้งหมากฝรั่งและแผ่นปะนิโคตินคือการให้นิโคตินแก่ร่างกายในขนาดต่ำๆเพื่อระงับอาการขาดนิโคตินแล้วค่อยๆลดขนาดยาลงเรื่อยๆจนหมด  ทั้งหมากฝรั่งและแผ่นปะนิโคตินใช้ได้ผลใกล้เคียงกันแต่ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันบ้างคือเราสามารถใช้แผ่นปะนิโคตินได้ตลอดเวลารวมทั้งเวลานอนด้วยทำให้เมื่อตื่นขึ้นมาเราจะไม่ค่อย “ หิว ” บุหรี่  ส่วนหมากฝรั่ง นิโคตินนั้นเราสามารถเพิ่มหรือลดปริมาณนิโคตินได้เองในระดับหนึ่งโดยการเคี้ยวถี่หรือห่างลง  นอกจากนี้การเคี้ยวหมากฝรั่งนิโคตินยังช่วยลดความ ” เหงาปาก ” ได้ด้วย   แต่การใช้ยาก็มีข้อจำกัดคือ เมื่อเริ่มใช้นิโคตินทดแทนผู้สูบบุหรี่ต้องหยุดสูบทันที  การใช้ยาไปด้วยแล้ว “ ค่อยๆสูบน้อยลง ” จะทำให้เลิกสูบบุหรี่ ไม่สำเร็จ นอกจากนั้นปริมาณนิโคตินโดยรวมที่ร่างกายได้รับเข้าไปอาจมากเกินไปทำให้เกิดอันตรายได้  ดังนั้นการใช้ยาทั้ง 2 ชนิดนี้จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

•  การใช้ยา bupropion (Quomem) ยา bupropion เป็นยาแก้ซึมเศร้าชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยให้การเลิกสูบบุหรี่ประสบความสำเร็จมากขึ้น  ยานี้จะออกฤทธิ์ที่สมองทำให้ไม่เกิดอาการขาดนิโคตินเมื่อหยุดสูบบุหรี่  นอกจากนี้ยังพบว่ายานี้ยังช่วยลดความอยากบุหรี่ด้วย

สรุป

การติดบุหรี่เป็นการติด 2 ทางร่วมกันคึอ   ทาง ร่างกาย และทาง จิตใจ

วิธีต่อสู้กับการติดทาง ร่างกาย คือ
1. หยุดสูบบุหรี่ให้ได้สัก 2-3 สัปดาห์
2. ใช้ยาช่วย

วิธีต่อสู้กับการติดทาง จิตใจ มีหลายวิธีคือ
1. หลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ
2. เบี่ยงเบนความสนใจ
3. เสริมสร้างกำลังใจ
4. หาวิธีอื่นๆในการจัดการกับความเครียด
5. กำหนดวันที่จะหยุดสูบบุหรี่