โรคจิตเภท (schizophrenia)

ผศ.นพ. สเปญ อุ่นอนงค์

www.infomental.com

spainu@hotmail.com

โรคจิตเภทคืออะไร
โรคจิตเภทเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถแยกแยะว่าอะไรเป็นเรื่องจริงอะไรไม่ใช่เรื่องจริง  ทำให้เกิดพฤติกรรมแปลกๆหรือพฤติกรรมที่เป็นปัญหาขึ้น

อาการของโรคจิตเภท
อาการของโรคจิตเภทอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ
1. มีพฤติกรรมที่ ”ผิดปกติ” บางอย่างเกิดขึ้น  
2. พฤติกรรมที่”ปกติ”บางอย่างหายไป

มีพฤติกรรมที่ “ผิดปกติ” บางอย่างเกิดขึ้น ได้แก่

  • อาการหลงเชื่อผิด เช่น ระแวงว่าคนอื่นจะวางยาพิษ , คิดว่าคนในโทรทัศน์มาว่าตน , คิดว่าตนสามารถส่งกระแสจิตได้
  • มีความคิดแปลกๆ เช่น เห็นใบไม้ร่วงแปลว่าต่างชาติกำลังจะยึดประเทศไทย
  • ประสาทหลอน เช่น ได้ยินเสียงคนมาพูดด้วยโดยที่ไม่มีใครพูด (หูแว่ว) , เห็นภูติผีปิศาจ ( ภาพหลอน)
  • มีพฤติกรรมที่ผิดปกติโดยมักเกี่ยวข้องกับความคิดและความเชื่อที่ผิดปกติ เช่น ยืนเพ่งพระอาทิตย์ , ดื่มน้ำจากโถส้วม , ทำร้ายคนอื่น , ทะเลาะกับคนในโทรทัศน์

พฤติกรรมที่ “ปกติ” บางอย่างหายไป ได้แก่

  • ไม่อยากพบปะผู้คน , เก็บเนื้อเก็บตัว , ไม่สบตาคน
  • ไม่ดูแลตนเอง , ไม่อาบน้ำ , ไม่โกนหนวด , ไม่นุ่งผ้า , กลางคืนไม่นอน
  • ไม่มีความริเริ่มสร้างสรร , ไม่ทำงาน , นั่งเฉยๆได้ทั้งวัน , ผลการเรียนตกต่ำ
  • พูดจาไม่รู้เรื่อง , เนื้อความไม่ปะติดปะต่อกัน , เปลี่ยนเรื่องกลางประโยค
  • ไร้อารมณ์ , หน้าตาเฉยเมย , ยิ้มคนเดียวหรือหัวเราะอย่างไม่สมเหตุผล

ญาติๆมักเริ่มรู้ว่าผู้ป่วยไม่สบายเมื่อผู้ป่วยมีอาการ  มีพฤติกรรมที่ “ผิดปกติ” เกิดขึ้น เช่น หวาดระแวงกลัวมนุษย์ต่างดาวมาจับตัวไปทำให้ต้องพกอาวุธไว้ป้องกันตัว คอยหลบซ่อนๆ  คิดว่าปลาทองในตู้ปลามีเครื่องส่งวิทยุ  ทำร้ายคนที่ผู้ป่วยเข้าใจว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวปลอมมา  เมื่อรู้ว่าผู้ป่วยป่วยแล้วญาติๆมักนึกได้ว่าที่จริงเขาเริ่มผิดปกติมาก่อนหน้านั้นระยะหนึ่งแล้วโดยสังเกตุว่าปีที่แล้วผลการเรียนหรือการทำงานไม่ค่อยดี  ร่วมๆปีที่ผ่านมาดูเขาเงียบๆไป  พูดน้อยลง  ไม่ค่อยดูแลตนเอง  บางครั้งยิ้มคนเดียว  เพราะอาการของโรคจิตเภทมักค่อยเป็นค่อยไปโดยเริ่มจากการลดลงของพฤติกรรมที่ปกติก่อนแล้วจึงเกิดพฤติกรรมที่ผิดปกติขึ้น

โรคจิตเภทมักเริ่มเป็นในช่วงวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว  ในรายที่ไม่ได้รับการรักษาจะไม่หายเอง  ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมที่เป็นปัญหา  ก้าวร้าว  อาละวาด  ตีคน  บางรายถูกจับล่ามโซ่เพราะญาติไม่รู้จะทำอย่างไร  เมื่ออายุมากขึ้นอาการ  พฤติกรรมที่ “ผิดปกติ” จะค่อยๆลดลง  ผู้ป่วยจะอาละวาดน้อยลงแต่จะเหลืออาการ  พฤติกรรมที่ “ปกติ” หายไป มากขึ้น  ผู้ป่วยจะไม่อาบน้ำ  เนื้อตัวสกปรก บางรายเร่ร่อนเที่ยวเดินคุ้ยขยะ  ผู้ป่วยบางรายมีอาการดีขึ้นเมื่อแก่ตัวและเริ่มรู้ว่าชีวิตทั้งชีวิตหายไปโดยไม่ได้เรียนรู้วิชาชีพหรือทำอะไรขึ้นมาเลยและเกิดภาวะซึมเศร้า  บางรายถึงกับฆ่าตัวตาย

โรคจิตเภทเกิดจากอะไร
ในปัจจุบันเรายังไม่รู้แน่ว่าโรคจิตเภทเกิดจากอะไรแต่เท่าที่รู้พบว่ากรรมพันธุ์มีส่วนแต่ไม่ 100% สิ่งแวดล้อมเช่นความเครียดก็มีส่วน แต่ที่สำคัญคือมีความผิดปกติของสมองโดยพบว่าสารเคมีบางอย่างในสมองมีความผิดปกติ สารเคมีที่สำคัญคือสารที่เรียกว่า โดปามีน ( dopamine) และซีโรโทนิน ( serotonin) นอกจากนี้ยังพบว่าโครงสร้างของสมองบางส่วนก็มีความผิดปกติเล็กน้อยเช่นกัน

การรักษา
ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยา
โรคจิตเภทจะไม่หายเอง โรคจิตเภทเป็นโรคที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยา การรักษาโดยการพูดคุยจะไม่หาย ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยาจะลงเอยเหมือนตัวอย่างข้างต้น
ยาที่ใช้รักษาโรคจิตเภทมีหลายชนิดทั้งยากินและยาฉีด ยาประเภทนี้ไม่ทำให้เกิดการเสพติด มีทั้งชนิดที่ทำให้ง่วงและที่ไม่ง่วง ผลข้างเคียงที่สำคัญได้แก่ มือสั่น ตัวแข็งเหมือนหุ่นยนต์ ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยได้รับยาในขนาดค่อนข้างสูงแต่ก็มียาแก้ให้รับประทานควบคู่กันไปด้วยและไม่มีอันตราย ผลข้างเคียงอื่นๆได้แก่ อาจมีอาการคอแห้งบ้างเพราะต่อมน้ำลายทำงานน้อยลง ลุกเร็วๆอาจหน้ามืดบ้าง บางคนปัสสาวะออกช้า บางคนท้องผูก ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่มีอันตราย
ผู้ป่วยเพศหญิงบางรายอาจไม่มีรอบเดือน ผู้ป่วยชายบางรายอวัยวะเพศอาจไม่ค่อยแข็งตัว ผลข้างเคียงแบบนี้ก็ไม่อันตรายเช่นกันและ กลับคืนเป็นปกติได้

รักษาให้ดีขึ้นได้แต่มักหายไม่สนิทและไม่หายขาด
โรคจิตเภทจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยา ยาจะช่วยให้อาการต่างๆดีขึ้น ผู้ป่วยจะหวาดระแวงน้อยลงหรือเลิกหวาดระแวง ผู้ป่วยจะก้าวร้าวน้อยลง เก็บตัวน้อยลง ยอมอาบน้ำ แต่อาการต่างๆมักหายไม่หมดโดยเฉพาะอาการ “ พฤติกรรมที่ปกติหายไป ” ผู้ป่วยที่รักษาได้ผลดีจะไม่วุ่นวาย กลับไปเรียนหรือทำงานได้แต่มักไม่ดีเท่าเดิม และมีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้อีกถ้าขาดยาหรือประสบปัญหาที่ทำให้เครียดมากๆ อย่างไรก็ดียารุ่นใหม่ๆสามารถทำให้พฤติกรรมปกติที่หายไปกลับคืนมาได้มากกว่ายารุ่นเก่าๆ

ญาติๆควรปฏิบัติอย่างไร
ผู้ป่วยมักไม่ชอบรับประทานยาเพราะไม่รู้ว่าตนป่วย บางรายไม่ยอมรับประทานยาโดยบ่นเรื่องผลข้างเคียงของยา เนื่องจาก โรคจิตเภทจำเป็นต้องรักษาด้วยยา ดังนั้นการดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาให้ครบจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ให้บางรายแพทย์อาจเปลี่ยนยาเป็นยาฉีดที่ออกฤทธิ์ได้นาน 2-4 สัปดาห์ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาแน่นอนขึ้น สิ่งที่ญาติต้องทำก็จะง่ายขึ้นคือคอยดูแลให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ตามนัด

ความเครียดมีส่วนทำให้โรคจิตเภทกำเริบได้
ความเครียดมีส่วนทำให้โรคจิตเภทกำเริบได้ดังนั้นจึงไม่ควรมุ่งหวังผลักดันให้ผู้ป่วยเรียนสูงๆหรือให้รับผิดชอบงานสำคัญๆ แต่การปล่อยปละละเลยขาดการกระตุ้นก็ทำให้อาการ “ พฤติกรรมที่ปกติหายไป ” กลับคืนมาช้า ดังนั้นสิ่งที่ญาติควรทำคือ กระตุ้น แต่ไม่บังคับ คือคอยกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีกิจกรรมแบบคนปกติทั่วไปเช่น ชวนผู้ป่วยเวลาจะไปไหนกัน เรียกให้กินข้าว แต่ไม่ต้องถึงกับตักข้าวขึ้นไปบังคับให้กิน นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการตำหนิติเตียนโดยไม่จำเป็นโดยเฉพาะจากคนที่ไม่ถูกกันกับผู้ป่วย

ญาติๆมักจะเครียด
ผู้ป่วยโรคจิตเภทไม่รู้ว่าเรื่องใดจริงเรื่องใดไม่จริง เรื่องใดเหมาะสมเรื่องใดไม่เหมาะสม แต่สติปัญญายังเฉลียวฉลาด ดังนั้นเมื่ออาการกำเริบผู้ป่วยมักก่อเรื่องให้ญาติๆเดือดร้อนและอับอายอยู่เรื่อยๆ ญาติๆไม่ควรโทษตัวเองเพราะญาติไม่ได้เป็นคนทำ นี่เป็นอาการของคนที่สมองทำงานผิดปกติ และการที่มีญาติป่วยก็ไม่ใช่ความผิดแต่เป็นภาระที่น่าเห็นใจ การพยายามทำให้ผู้ป่วยได้รับยาให้ครบจะช่วยลดภาระตรงนี้ลงได้บ้าง ในกรณีที่ญาติเริ่มรู้สึกท้อแท้การพูดคุยกับหรือปรึกษาจิตแพทย์หรือแพทย์ผู้รักษาอาจช่วยให้มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคของญาติของท่านมากขึ้น