โรคจิตเภท (schizophrenia)

นพ. สเปญ อุ่นอนงค์

รพ.บำรุงราษฎร์

www.infomental.com

 

โรคจิตเภทคืออะไร

โรคจิตเภทเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถแยกแยะว่าอะไรเป็นเรื่องจริงอะไรไม่ใช่เรื่องจริงทำให้เกิดพฤติกรรมแปลกๆหรือพฤติกรรมที่เป็นปัญหาขึ้น

อาการของโรคจิตเภท

อาการของโรคจิตเภทอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ

1. มีพฤติกรรมที่ผิดปกติเกิดขึ้น

2. พฤติกรรมที่ปกติหายไป

มีพฤติกรรมที่ผิดปกติเกิดขึ้น ได้แก่

"พฤติกรรมที่ปกติหายไป ได้แก่

ญาติๆมักเริ่มรู้ว่าผู้ป่วยไม่สบายเมื่อผู้ป่วยมีอาการ มีพฤติกรรมที่ผิดปกติเกิดขึ้น เช่น หวาดระแวงกลัวมนุษย์ต่างดาวมาจับตัวไปทำให้ต้องพกอาวุธไว้ป้องกันตัว คอยหลบซ่อนๆ คิดว่าปลาทองในตู้ปลามีเครื่องส่งวิทยุ ทำร้ายคนที่ผู้ป่วยเข้าใจว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวปลอมมา เมื่อรู้ว่าผู้ป่วยป่วยแล้วญาติๆมักนึกได้ว่าที่จริงเขาเริ่มผิดปกติมาก่อนหน้านั้นระยะหนึ่งแล้วโดยสังเกตุว่าปีที่แล้วผลการเรียนหรือการทำงานไม่ค่อยดี ร่วมๆปีที่ผ่านมาดูเขาเงียบๆไป พูดน้อยลง ไม่ค่อยดูแลตนเอง บางครั้งยิ้มคนเดียว เพราะอาการของโรคจิตเภทมักค่อยเป็นค่อยไปโดยเริ่มจากการลดลงของพฤติกรรมที่ปกติก่อนแล้วจึงเกิดพฤติกรรมที่ผิดปกติขึ้น

โรคจิตเภทมักเริ่มเป็นในช่วงวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว ในรายที่ไม่ได้รับการรักษาจะไม่หายเอง ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมที่เป็นปัญหา ก้าวร้าว อาละวาด ตีคน บางรายถูกจับล่ามโซ่เพราะญาติไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่ออายุมากขึ้นอาการ มีพฤติกรรมที่ผิดปกติที่เกิดขึ้น จะค่อยๆลดลง ผู้ป่วยจะอาละวาดน้อยลงแต่จะเหลืออาการ พฤติกรรมที่ปกติหายไป มากขึ้น ผู้ป่วยจะไม่อาบน้ำ เนื้อตัวสกปรก บางรายเร่ร่อนเที่ยวเดินคุ้ยขยะ ผู้ป่วยบางรายมีอาการดีขึ้นเมื่อแก่ตัวและเริ่มรู้ว่าชีวิตทั้งชีวิตหายไปโดยไม่ได้เรียนรู้วิชาชีพหรือทำอะไรขึ้นมาเลยและเกิดภาวะซึมเศร้า บางรายถึงกับฆ่าตัวตาย

โรคจิตเภทเกิดจากอะไร

ในปัจจุบันเรายังไม่รู้แน่ว่าโรคจิตเภทเกิดจากอะไรแต่เท่าที่รู้พบว่ากรรมพันธุ์มีส่วนแต่ไม่ 100% สิ่งแวดล้อมเช่นความเครียดก็มีส่วน แต่ที่สำคัญคือมีความผิดปกติของสมองโดยพบว่าสารเคมีบางอย่างในสมองมีความผิดปกติ สารเคมีที่สำคัญคือสารที่เรียกว่า โดปามีน (dopamine) และซีโรโทนิน (serotonin) นอกจากนี้ยังพบว่าโครงสร้างของสมองบางส่วนก็มีความผิดปกติเล็กน้อยเช่นกัน

การรักษา

ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยา

โรคจิตเภทจะไม่หายเอง โรคจิตเภทเป็นโรคที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยา การรักษาโดยการพูดคุยจะไม่หาย ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยาจะลงเอยเหมือนตัวอย่างข้างต้น

ยาที่ใช้รักษาโรคจิตเภทมีหลายชนิดทั้งยากินและยาฉีด ยาประเภทนี้ไม่ทำให้เกิดการเสพติด มีทั้งชนิดที่ทำให้ง่วงและที่ไม่ง่วง ผลข้างเคียงที่สำคัญได้แก่ มือสั่น ตัวแข็งเหมือนหุ่นยนต์ ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยได้รับยาในขนาดค่อนข้างสูงแต่ก็มียาแก้ให้รับประทานควบคู่กันไปด้วยและไม่มีอันตราย ผลข้างเคียงอื่นๆได้แก่ อาจมีอาการคอแห้งบ้างเพราะต่อมน้ำลายทำงานน้อยลง ลุกเร็วๆอาจหน้ามืดบ้าง บางคนปัสสาวะออกช้า บางคนท้องผูก ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่มีอันตราย

ผู้ป่วยเพศหญิงบางรายอาจไม่มีรอบเดือน ผู้ป่วยชายบางรายอวัยวะเพศอาจไม่ค่อยแข็งตัว ผลข้างเคียงแบบนี้ก็ไม่อันตรายเช่นกันและ กลับคืนเป็นปกติได้

รักษาให้ดีขึ้นได้แต่มักหายไม่สนิทและไม่หายขาด

โรคจิตเภทจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยา ยาจะช่วยให้อาการต่างๆดีขึ้น ผู้ป่วยจะหวาดระแวงน้อยลงหรือเลิกหวาดระแวง ผู้ป่วยจะก้าวร้าวน้อยลง เก็บตัวน้อยลง ยอมอาบน้ำ แต่อาการต่างๆมักหายไม่หมดโดยเฉพาะอาการ พฤติกรรมที่ปกติหายไป ผู้ป่วยที่รักษาได้ผลดีจะไม่วุ่นวาย กลับไปเรียนหรือทำงานได้แต่มักไม่ดีเท่าเดิม และมีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้อีกถ้าขาดยาหรือประสบปัญหาที่ทำให้เครียดมากๆ อย่างไรก็ดียารุ่นใหม่ๆสามารถทำให้พฤติกรรมปกติที่หายไปกลับคืนมาได้มากกว่ายารุ่นเก่าๆ

ญาติๆควรปฏิบัติอย่างไร

ผู้ป่วยมักไม่ชอบรับประทานยาเพราะไม่รู้ว่าตนป่วย บางรายไม่ยอมรับประทานยาโดยบ่นเรื่องผลข้างเคียงของยา เนื่องจาก โรคจิตเภทจำเป็นต้องรักษาด้วยยา ดังนั้นการดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาให้ครบจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ให้บางรายแพทย์อาจเปลี่ยนยาเป็นยาฉีดที่ออกฤทธิ์ได้นาน 2-4 สัปดาห์ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาแน่นอนขึ้น สิ่งที่ญาติต้องทำก็จะง่ายขึ้นคือคอยดูแลให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ตามนัด

ความเครียดมีส่วนทำให้โรคจิตเภทกำเริบได้

ความเครียดมีส่วนทำให้โรคจิตเภทกำเริบได้ดังนั้นจึงไม่ควรมุ่งหวังผลักดันให้ผู้ป่วยเรียนสูงๆหรือให้รับผิดชอบงานสำคัญๆ แต่การปล่อยปละละเลยขาดการกระตุ้นก็ทำให้อาการ พฤติกรรมที่ปกติหายไป กลับคืนมาช้า ดังนั้นสิ่งที่ญาติควรทำคือ กระตุ้น แต่ไม่บังคับ คือคอยกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีกิจกรรมแบบคนปกติทั่วไปเช่น ชวนผู้ป่วยเวลาจะไปไหนกัน เรียกให้กินข้าว แต่ไม่ต้องถึงกับตักข้าวขึ้นไปบังคับให้กิน นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการตำหนิติเตียนโดยไม่จำเป็นโดยเฉพาะจากคนที่ไม่ถูกกันกับผู้ป่วย

ญาติๆมักจะเครียด

ผู้ป่วยโรคจิตเภทไม่รู้ว่าเรื่องใดจริงเรื่องใดไม่จริง เรื่องใดเหมาะสมเรื่องใดไม่เหมาะสม แต่สติปัญญายังเฉลียวฉลาด ดังนั้นเมื่ออาการกำเริบผู้ป่วยมักก่อเรื่องให้ญาติๆเดือดร้อนและอับอายอยู่เรื่อยๆ ญาติๆไม่ควรโทษตัวเองเพราะญาติไม่ได้เป็นคนทำ นี่เป็นอาการของคนที่สมองทำงานผิดปกติ และการที่มีญาติป่วยก็ไม่ใช่ความผิดแต่เป็นภาระที่น่าเห็นใจ การพยายามทำให้ผู้ป่วยได้รับยาให้ครบจะช่วยลดภาระตรงนี้ลงได้บ้าง ในกรณีที่ญาติเริ่มรู้สึกท้อแท้การพูดคุยกับหรือปรึกษาจิตแพทย์หรือแพทย์ผู้รักษาอาจช่วยให้มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคของญาติของท่านมากขึ้น